"คำพูดสุดท้าย" ก่อนละสังขารของ "หลวงพ่อปาน" อย่าละเลย ศีล 2 ข้อ มีไว้ชีวิตไม่ตกต่ำ ทำได้ก็เจริญไปชั่วชีวิต ! - Saby News

สดๆร้อนๆ

Monday, June 3, 2019

"คำพูดสุดท้าย" ก่อนละสังขารของ "หลวงพ่อปาน" อย่าละเลย ศีล 2 ข้อ มีไว้ชีวิตไม่ตกต่ำ ทำได้ก็เจริญไปชั่วชีวิต !



เป็นอีกหนึ่งสาระประโยชน์ดีๆ ถ้าจะพูดนึกเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก เกจิอาจารย์ท่านนี้ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค วันนี้เราจะมาเปิดเผยคำพูดสุดท้ายก่อนที่จะนิพพานจากโลกนี้ไปอย่างสงบ จากการได้ค้นหาจากตำรา และหนังสือ

วันนี้ทางเราได้หยิบยกคำพูดสุดท้ายที่เอาไว้เตือนสติทุกคน เพื่อนำไปเป็นแนวทางการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และรับรองเลยว่าชีวิตคุณจะมีแต่ความสุขความเจริญ



หลวงพ่อขอรับ มีอะไรจะสั่งถึงบรรดาศิษย์บ้าง” หลวงพ่อมีอะไรจะสั่งถึงบรรดาศิษย์บ้าง” หลวงพ่อปานท่านจึงท่านจึงกล่าวคำเป็นปัจฉิมวาทะว่า “ขอให้พระและชาวบ้านทุกคน จงตั้งใจทำแต่ความดีไว้ คนไหนที่ทำความดีมากนักไม่ได้ ก็ให้ทำความดีสองข้อคือ

1. อย่าดื่มสุรา

2. อย่าลักขโมย ประพฤติตนเป็นโจร



เมื่อท่านกล่าวสิ้นสุดลง ท่านก็มิได้กล่าวอะไรออกมาอีก จากเที่ยงเป็นบ่าย แล้วก็เย็น ผู้คนยังไม่กลับ แม้จะใกล้ 6 โมงเย็น อันเป็นเวลาอาหารเย็น ทุกคนลืมความหิวสิ้นอีกสิบนาทีจะ 6 โมงเย็น เปลือยตาของหลวงพ่อปานเผยอขึ้น อีกครั้งหนึ่ง ท่านมองดูมหาวีระ แล้วมหาวีระก็บอกท่านว่าคือมหาวีระ ท่านก็พูดว่า

“ลิงดำเรอะ (หลวงพ่อปานชอบเรียกมหาวีระว่าลิงดำ)ดีแล้ว ถ้าพ่อไม่อยู่แล้วละก็ เอ็งช่วยไปสร้างโบสถ์ที่วัดเสาธง ต.สาลี บางปลาม้า สุพรรณบุรี ให้เสร็จด้วยนะ”



เวลานั้น มีพระสงฆ์มานั่งรวมกันอยู่ประมาณ 200 รูป มหาวีระจึงถามหลวงพ่อปานว่า เวลานั้นพระมารวมกันประมาณ 200 รูป จะให้สงเคราะห์อะไรบ้าง หลวงพ่อท่านจึงขอให้จุดธูปหอมให้ท่านได้กลิ่นด้วย และให้พระสงฆ์ทั้งหมดนั้นสวดอิติปิโสให้ฟัง

เมื่อเสียงพระสวดอิติปิโสดังขึ้น ท่านพยักหน้ารับ อีกไม่กี่นาทีจะถึง 6 โมงแล้ว ท่านลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้วสั่งว่า “ลิงดำเอ๋ย บอกพระกับชาวบ้านว่า พ่อขอละ ขอให้ทุกคนมีความสุข ทุกคนจากไปแล้วจงไปสวรรค์ จงไปพรหมโลก จงไปนิพพาน” แล้วท่านก็หลับตาลง แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วหลับลง คราวนี้เป็นครั้งสุดท้ายของท่าน พลันชีพของท่านก็หยุด ลมหายใจสิ้นลง เสียงนาฬิกากังวานขึ้น 6 ครั้ง หลวงพ่อปานท่านมรณภาพไปแล้วด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันแรม 14 ค่ำ เดือน 8 ปีขาล ตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคม 2481 ศิริรวมอายุ 64 พรรษา

หมายเหตุ : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

No comments:

Post a Comment