ทุเรียนไร้หนาม แห่งเมืองลับแล เนื้ออร่อย ไร้สารเคมี ยอดจองทะลุข้ามปี - Saby News

สดๆร้อนๆ

Sunday, June 9, 2019

ทุเรียนไร้หนาม แห่งเมืองลับแล เนื้ออร่อย ไร้สารเคมี ยอดจองทะลุข้ามปี



ทุเรียนไร้หนาม เมืองลับแล ออร์เดอร์ล้น จองกันข้ามปีทะลุเกือบ 1,000 ลูกแล้ว



ภาพจาก Seri Suksa

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ทุเรียน ห้ามพลาดเพราะเร็วๆ นี้คงได้สัมผัสรสชาติของ "ทุเรียนไร้หนาม" เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ในแหล่งปลูกทุเรียนพื้นที่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนพันธุ์หลินลับแล และหลงลับแล



ภาพจาก Seri Suksa

นายเสรี สุกสา อายุ 45 ปี เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ได้เผยแพร่ภาพตัวเองกำลังตัดทุเรียนไร้หนามจำนวน 2 ลูก จากต้นในสวนบนภูเขาลับแล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

นายเสรี กล่าวว่า ครอบครัวมีสวนทุเรียนทุกสายพันธุ์ของลับแลกว่า 50 ไร่ แต่ปัญหาของคนที่ชอบรับประทานทุเรียน คือ หนามแหลมบนเปลือกของมัน ทำให้การแกะและกว่าจะกินได้ยุ่งยาก



ภาพจาก Seri Suksa

ตนจึงเกิดแนวความคิดสร้างนวัตกรรมใหม่ทางการเกษตร ซึ่งยืนยันไม่ใช่การปรับเปลี่ยนสายพันธุ์แต่อย่างใด แต่ตนได้ใส่ความแปลกใหม่ในเชิงสร้างสรรค์ จนนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้ทุเรียน ด้วยการนำปัญหาหนามทุเรียน มาเป็นโจทย์ในการคิดค้น ด้วยเคล็ดลับที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้



ภาพจาก Seri Suksa

ทั้งนี้ ทุเรียน 1 ต้นจะได้ผล 20 ลูก แต่ได้ทุเรียนไร้หนามที่สมบูรณ์ และปลอดสาร 100% เพียง 2 ลูกเท่านั้น ส่วนรสชาติยังคงเป็นทุเรียนภูเขาลับแลที่ทุกคนชื่นชอบดังเดิม แต่อีก 18 ลูก ไม่สมบูรณ์ เปลือกที่ได้ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ

140 วันที่เฝ้าใช้นวัตกรรมทางการเกษตร เพื่อให้ได้ทุเรียนลับแลไร้หนาม เมื่อผลแก่ จึงตัดมาแกะรู้สึกได้ว่า ง่ายมากๆ เพียงแค่ใช้คัดเตอร์ก็แกะได้แล้ว ไม่ต้องใส่ถุงมือหนาๆ ไม่ต้องกลัวมือจะเป็นแผลจากหนามที่แหลมคม ที่สำคัญคุณภาพของทุเรียนยังคงเดิม



ภาพจาก Seri Suksa

มีการตอบรับกับนวัตกรรมทางการเกษตรทุเรียนลับแลไร้หนามเกินคาด ทั้งเพื่อนๆ และพ่อค้าที่เคยรับซื้อทุเรียนจากสวน ได้แจ้งยอดสั่งจอง ทุเรียนไร้หนาม ปี 62 ตอนนี้เกือบ 1000 ลูก หลังจากนี้จะนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุง เพื่อให้ได้ผลที่สมบูรณ์ที่สุด



ภาพจาก Seri Suksa

หากประสบความสำเร็จก็จะได้บอกต่อให้กับเกษตรชาวสวนลับแลให้ได้นำไปใช้ จะได้เป็นการเพิ่มมูลค้า ช่องทางการตลาดในอนาคตต่อไป

ข้อมูลภาพจาก Seri Suksa

No comments:

Post a Comment