วิธีทำ ปลากระพงนึ่งมะนาว รสเด็ด บอกเลยอร่อยแซ่บเวอร์ - Saby News

สดๆร้อนๆ

Monday, June 10, 2019

วิธีทำ ปลากระพงนึ่งมะนาว รสเด็ด บอกเลยอร่อยแซ่บเวอร์



วันนี้ มุมข่าว ก็มีสาระดีๆมาให้คุณพ่อบ้านคุณแม่บ้านได้อ่านกันอีกเช่นเคย โดยวันนี้จะขอนำเสนอ สูตรปลากระพงนึ่งมะนาว บอกเลยแซ่บติดใจอยากกินทุกวันแน่นอน



ส่วนผสม มีดังนี้

1 ปลากระพงขาว

2 กระเทียมสับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ

3 พริกขี้หนูสับหยาบ 10-30 เม็ด (ถ้าใช้พริกขี้หนูสวนจะหอมและเผ็ดมากกว่า ปริมาณแล้วแต่ชอบ ถ้าใส่ 10 เม็ดสำหรับเผ็ดน้อย 30 เผ็ดมาก)

4 รากผักชีสับหยาบๆ 3 ราก

5 ต้นหอมสับ 3 ช้อนโต๊ะ

6 น้ำมะนาว 3 – 4 ช้อนโต๊ะ

7 น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

8 น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

ขั้นตอนในการทำ



1 ในขั้นตอนแรกให้เราเริ่มต้นด้วยการนำปลากระพงที่เราซื้อมานั้นถอดเกร็ดออก ควักเอาพุงของปลาออกให้หมด และทำความสะอาด ล้างด้วยน้ำเปล่าหลายๆรอบจนรู้สึกว่าสะอาด จะได้ไม่เหม็นคาว จากนั้นให้บั้งขวางเนื้อปลาข้างละ 3 บั้งให้ถึงด้านใน แล้วไปสะเด็ดน้ำให้แห้ง

2 เมื่อได้ปลาที่สะเด็ดน้ำแล้ว ก่อนที่เราจะนำไปนึ่งนั้น ให้เรานำปลามาทาด้วยน้ำส้มสายชูและเกลืออย่างละ 1 ช้อนชาที่ผสมกันมาทาที่ตัวเปล่าให้ทั่วแล้วพักไว้ก่อน

3 นำน้ำสะอาดมาเตรียมใส่ไว้ในซึ้ง จากนั้นต้มน้ำให้เดือดแล้วจึงนำปลากระพงลงในซึ้ง จากนั้นให้ปิดฝาให้สนิท นึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 10 ถึง 15 นาที จนกระทั่งปลาที่นึ่งสุกแล้ว จึงค่อยยกปลาออก จากนั้นให้เทน้ำในจานปลาออกโดยใส่ถ้วยไว้ต่างหาก เคล็ดลับคือห้ามทิ้งเด็ดขาด



4 ในระหว่างที่เรารอปลาในซึ้งสุกนั้น ให้เราทำน้ำปรุงรสไว้รอโดยการ ใช้กระเทียมสับ ต้นหอมสับ พริกขี้หนูสับ รากผักชีสับ น้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำปลา เมื่อส่วนผสมทุกอย่างครบแล้วให้เราคนให้เข้ากันจากนั้นนำน้ำที่ได้จากตัวปลาลงมาผสมด้วย หากใครชื่นชอบรสชาติไหนเพิ่มเติมสามารถใส่ลงไปได้

5 ขั้นตอนสุดท้ายน้ำปลาที่สุกแล้วราดด้วยน้ำที่เราปรุงรสเตรียมไว้ เสิร์ฟร้อนๆประดับด้วยมะนาวฝานเป็นแว่นๆ จากนั้นให้โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่หรือผักชีไทยสับตามชอบ พร้อมเสิร์ฟได้เลยจ้า



เคล็ดลับการนึ่งปลา : ก่อนที่เราจะนำปลาไปนึ่งให้ใช้น้ำส้มสายชูและเกลือ 1 ช้อนชาผสมกันแล้วมาทาให้ตัวปลาก่อน จากนั้นค่อยนำตะแกรงไปวางรอง ค่อยนำปลาไปนึ่งและน้ำที่นึ่งปลานั้นต้องเป็นน้ำเดือดและไฟแรงมาก จนปลาสุกจะทำให้เนื้อปลาไม่และไม่มีกลิ่นคาว

เห็นไหมละคะว่าแต่ละขั้นตอนนี่ ง่ายมากๆ หากเพื่อนๆคนไหนที่สนใจสามารถนำสูตรนี้ไปลองทำกันดูรับรองว่าอร่อย ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวอย่างแน่นอน

ภาพประกอบจาก internet

No comments:

Post a Comment