คู่ชีวิตไม่จำเป็นต้องดีที่สุดหรอก ขอแค่ “เป็นคู่ชีวิตที่เข้าใจกัน” ก็พอแล้ว - Saby News

สดๆร้อนๆ

Thursday, June 6, 2019

คู่ชีวิตไม่จำเป็นต้องดีที่สุดหรอก ขอแค่ “เป็นคู่ชีวิตที่เข้าใจกัน” ก็พอแล้ว



เป็นอีกหนึ่งบทความที่ให้ข้อคิดได้ดีมากๆ กับการมีคู่รัก จงเลือกรักคนที่เขายอม เหนื่อยเพื่อคุณ ไม่ใช่คนที่คุณต้องเหนื่อย เพื่อเขา บุญพาวาสนาส่งให้เรานั้นมาเป็นคู่ชีวิต เธอไม่จำเป็นต้องดีที่สุด ขอแค่เธอเขาใจฉันก็พอแล้ว

คู่ชีวิตกับคู่รักต่างกัน คู่ชีวิต หมายถึงคนอยู่กับคุณ ไม่ว่ายามทุกข์ ยามสุข แต่คู่รัก หมายถึง คนที่จะอยู่กับคุณ ในเวลาที่มีความสุขเท่านั้น แต่เมื่อเกิดความทุกข์ขึ้นมา เขาอาจจะทิ้งคุณไปหาความรักใหม่

แต่คู่ชีวิตจะอยู่กับคุณ คอยแก้ปัญหาให้คุณ อยู่เป็นเพื่อน อยู่เป็นที่พักใจ ไม่ว่าคุณจะเจออะไรไม่ดีๆ มาแค่ไหนก็ตาม อย่าเลือก คนที่คุณต้องเหนื่อยเพื่อเขาตลอด แต่จงเลือกอยู่กับคนที่พร้อมจะเหนื่อย ลำบาก สุข และทุกข์ ไปพร้อมคุณ อยู่เป็นความรัก ในฐานะ คู่ชีวิต

คู่ชีวิตไม่จำเป็นต้องดีที่สุดหรอก ขอแค่ เป็นคู่ชีวิตที่เข้าใจกัน ก็พอแล้ว

แม้นมีวาสนา ขอแค่บ้านแสนสงบสุข ไม่หวังอัครสถานหลังโตมั่นคง หากแต่แข็งแรงอบอุ่นด้วยความรักใคร่กลมเกลียว ไม่หวังบ้านสวยงามเลิศหรู

หากแต่งามหมดจรดด้วยจิตใจของครอบครัวที่ปรารถนาดีต่อกัน ไม่หวังพร้อมสรรพสิ่งแวดล้อมแห่งสวนสวรรค์ หากแต่เป็นสังคมเอื้อเฟื้อ รายล้อมด้วยเพื่อนบ้านเป็นมิตร

ขอแค่มีคู่ชีวิตที่เข้าใจกัน ไม่หวังว่าต้องดีที่สุด หากแต่ดีสมกัน ศีลเสมอกัน ไม่หวังว่าสวย หล่อลากดิน หากแต่เดินไปด้วยกันแล้วส่งเสริม ไม่หวังเป็นช้างเท้าหน้า เท้าหลัง

หากแต่เดินเคียงกันไปในทุกวันดี ร้ายด้วยรอยยิ้มขอแค่มีงานที่รักเป็นเสาหลักรายได้ ไม่หวังงานที่มีหน้ามีตาอวดใครๆ หากแต่เป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข นายดี เพื่อนดี ลูกน้องดี ไม่หวังรายได้มหาศาล

หากแต่สมความสามารถติดตัว เลี้ยงดูครอบครัวได้ สำคัญคือไม่มีหนี้สินจากสินทรัพย์เสื่อมราคา เพื่อรักษาหน้าตาในสังคมขอแค่บั้นปลายแห่งชีวิตที่สุขภาพดี



ไม่หวังปั้นปลายประสบความสำเร็จเป็นตำนาน หากแต่มีสุขภาพที่ดีตามวัย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ตัวเองและคนรอบข้าง ไม่หวังลูกหลานคลานหมอบรอรับมรดกสมบัติเอาหน้า หากแต่ลูกหลานรักรู้คุณ

น้อมรับมรดกแห่ง วาสนา ต่อไปเป็นมรดกล้ำค่าขอแค่ลูกเป็นคนดีของสังคม ไม่หวังยัดเยียดให้ลูกเป็นที่หนึ่งในทุกด้าน

หากแต่มีปัญญาเอาตัวรอดเลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่หวังให้ลูกโดดเด่นนำสมัย หากแต่อ่อนน้อมถ่อมตน รู้กาลเทศะ มีมารยาท จนใครๆ ที่ได้รู้จักเมตตาเอ็นดู

และสำคัญ คือ มีปัญญาแยกแยะชั่วดี อย่าให้ใครด่ามาถึงพ่อแม่ว่า ไม่สั่งสอน สุดท้ายหากยังเหลือ วาสนา

หากแต่ลมหายใจสุดท้ายที่สงบ พร้อมหน้าลูกหลานร่ำลา ตั้งจิตอธิษฐาน จะทำให้ได้ดั่งหวัง ด้วยขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นองค์พย านในมุ่งมั่น

มิใช่ดลบันดาล ตั้งใจกราบพระผู้ปฏิบัติดี เพื่อชี้แนะเข็มทิศทางไปสู่ วาสนา มิหวังปาฏิหาริย์แห่งคุณวิเศษคุณพระ บทสรุปแห่งมี หรือ ไม่มี วาสนา นั้นไซร้ เราทุกคนล้วน เลือกได้เองอย่างแท้จริง

No comments:

Post a Comment